การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศในโรงเรียน

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศในสถานศึกษา 

ความคิด ขั้นตอน ผลกระทบให้เห็นกระบวนการคิด
1.1. นำเอาระบบสารสนเทศมาบริหารจัดการในด้านบุคลากร งบประมาณ ด้าน
วัสดุอุปกรณ์ ด้านการบริหารจัดการศึกษา โดยการเก็บข้อมูล วางแผนงาน
อย่างเป็นระบบ
1.2. จัดทำแผนงานของหน่วยงานในองค์กรให้เป็นระบบ ตรวจสอบและสามารถ
นำไปปฏิบัติได้รวดเร็ว ชัดเจน และคล่องตัวในการดำเนินงาน
1.3. เมื่อต้องการติดต่อกับหน่วยงานภายนอก ส่งข่าวสารระหว่างกันใช้เครื่องมือ
เทคโนโลยี เช่น โทรศัพท์ โทรเลข จดหมาย สิ่งสิ่งพิมพ์ต่างๆ
1.4. เมื่อต้องการทราบข่าวสารหรือเรื่องราวจากทั่วโลก ก็ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตจาก
คอมพิวเตอร์หรือการส่งข้อมูลโดยใช้ระบบออนไลน์
1.5. นำเอาระบบสารสนเทศมาในการวางแผนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายและ
แผนกลุทธ์ขององค์กร
1.6. ช่วยในการตัดสินใจของผู้ใช้ในการปฏิบัติงาน
1.7. นำไปช่วยในการประมวลผลการประเมินต่างๆ
1.8. นำเอาสารสนเทศมาใช้กับห้องสมุดในการบันทึกข้อมูลของหนังสือ จัด
หมวดหมู่ แยกประเภท ติดตามการรับ- ส่งหนังสือ หรืออื่นๆ
1.9. จัดเก็บข้อมูลงานวิจัยของครู ข้อมูลเปรียบเทียบงาน โครงการ กิจกรรม
หรือกลุ่มงานในองค์กร
ผลกระทบ – กรณีถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ตก็อาจเกิดความผิดพลาดได้ในกรณี
ระบบล้มหรือไวรัสเข้าอาจทำให้ข้อมูลเสียหายหรือล่าช้าได้
– หากผู้ใช้ไม่มีทัศนคติที่ดีต่อระบบสารสนเทศและเป็นผู้นำในการใช้แล้ว ผล
สัมฤทธิ์ก็อาจไม่เกิดขึ้น
– ถ้าข้อมูลที่เป็นความลับของหน่วยงาน ไม่อาจนำเผยแพร่ต่อสังคมได้ อาจถูกเปิดดู
ข้อมูลได้
– ผู้ใช้ระบบสารสนเทศขาดความชำนาญในการใช้งาน
– ข้อมูลอาจสูญหายได้                                       

                ผู้บริหารโรงเรียน มีหน้าที่อำนวยการและควบคุม ดูแลการใช้ทรัพยากรที่อยู่ในโรงเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นการประหยัดทรัพยากรด้วยจึงได้จัดแนวทางปฏิบัติในการจัดการระบบสารสนเทศในโรงเรียนดังนี้

                 ระบบข้อมูล 

                1. ผู้รับผิดชอบและประสานงานวิเคราะห์ความต้องการข้อมูลโดยดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1.1 จำแนกรายการประเภทข้อมูลให้ครอบคลุมการดำเนินงานของโรงเรียนทุกท่าน ทั้ง  ด้านวิชาการ ธุรการ  บุคลากร  การบริหารงานทั่วไป
1.2  ปรับปรุงแบบเก็บข้อมูลให้กะทัดรัด ชัดเจน เข้าใจง่าย สะดวกต่อการใช้ง่ายต่อการเก็บรักษา และลดความซ้ำซ้อนของงานโดยไม่จำเป็น สร้างเครื่องมือเก็บให้สอดคล้อง  กับลักษณะของข้อมูลและแหล่งข้อมูล เช่น แบบสำรวจ แบบรายงาน หรือ        แบบสอบถาม เป็นต้น
1.3  กำหนดระบบการรวบรวม การเก็บรักษา การทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบันรวมทั้งการ นำเสนอและการใช้ข้อมูล
1.4  นำผลที่ได้จาก ข้อ 1.1 – 1.3 ไปชี้แจงตกลงร่วมกันกับ ครูทั้งโรงเรียน เพื่อให้เกิดความ  เข้าใจและยอมรับร่วมกัน

                2. จัดระบบสารสนเทศตามที่ได้ตกลงกันไว้

                3. ทดลองใช้ระบบสารสนเทศระยะหนึ่งแล้วปรับปรุงให้เหมาะสมได้ประโยชน์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                4. แต่ละงาน ฝ่าย และผู้บริหารระบุรายการข้อมูลที่ใช้ปฏิบัติงาน และให้บริการตามลำดับความจำเป็นก่อนและหลัง อาจรวบรวมในเวลาที่ต่างกัน แล้วแต่ความสะดวกรวดเร็ว และทันต่อการนำไปใช้ เช่น อาจเก็บข้อมูลเป็นวัน สัปดาห์ เดือน ภาคการศึกษา ปีการศึกษา หรือปีงบประมาณเป็นต้น และให้สอดคล้องกับกำหนดวันจัดเก็บข้อมูลของสำนักการศึกษา

                5. ประสานงานกับผู้พัฒนาโปรแกรมให้มีชุดคำสั่งในการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ (Back up Data) เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย

                6. จัดทำเอกสาร  คู่มือ การใช้งานของโปรแกรมต่างๆ สำหรับให้ศึกษาเพิ่มเติม ได้ตลอดเวลา

                7. มีการตรวจสอบข้อมูล คือ มีความเป็นปัจจุบัน ข้อมูลที่เกิดทันต่อการใช้งาน มีความเที่ยงตรง ตามเนื้อหาของสาระสนเทศที่ต้องการ

                บุคลากร

                1. ให้ความรู้และเหตุผลที่จำเป็นต้องปรับปรุงระบบสารสนเทศของโรงเรียนแก่บุคลากรในโรงเรียน

                2. ให้การฝึกอบรมและพัฒนาครูให้มีความรู้ ความสามารถในการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ได้ เรียนรู้วิธีการใช้โปรแกรมต่างๆ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานของตนเอง เพื่อกระจายงาน และมีข้อมูลทันต่อการใช้งาน

                3.  ผู้รับผิดชอบและประสานงานปรับปรุงระบบสารสนเทศจัดให้อยู่ในรูปคณะกรรมการโดยคัดเลือกจากบุคคลที่เหมาะสม และมีจำนวนมากพอกับปริมาณงานที่ต้องรับผิดชอบ

                ด้านทรัพยากรของระบบ

                1. จัดให้มีศูนย์สารสนเทศระดับโรงเรียน มีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย และการสื่อสารข้อมูลสารสนเทศแบบเชื่อมตรงกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก โดยใช้ระดับ Intranet

                2. ประสานงานกับผู้ดูแล Website ให้ปรับปรุงการทำงานของโปรแกรม เพื่อให้ผู้กรอกข้อมูลสามารถกรอกข้อมูลแบบ Offline ได้

                3. จัดหาอุปกรณ์เสริมให้ครบถ้วนเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และจัดหาวัสดุให้เพียงพอต่อการใช้งาน เช่น แผ่นซีดี แผ่นดิสก์ และอื่นๆ

                 งบประมาณ

                โรงเรียนต้องจัดสรรงบประมาณสำหรับขยายระบบสารสนเทศและพัฒนานวัตกรรมให้มีสมรรถนะการทำงานที่สูงขึ้น  โดยขอจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานต้นสังกัด  หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น   มีแผนการใช้งบประมาณที่รองรับการขยายระบบสารสนเทศและพัฒนานวัตกรรม